เทคนิคการเลือกซื้อเพชรให้แวววาว เจิดจรัส ในราคาที่เอื้อมถึง

Last updated: Aug 11, 2019  |  853 จำนวนผู้เข้าชม  |  How To

เทคนิคการเลือกซื้อเพชรให้แวววาว เจิดจรัส ในราคาที่เอื้อมถึง

เคยมั้ยคะ เวลาเห็นเพชรเม็ดโต เรามักรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ออกมาจากตัวเพชร ด้วยความระยิบระยับที่เปล่งประกาย เล่นแสง เล่นไฟ แวววาว ไม่ว่าจะขยับไปทิศทางไหนแสงที่ส่องออกมาก็ทำให้เราตกอยู่ในภวังค์ได้ทุกครั้ง 

พลางคิดไปว่า เพชรเม็ดนี้จะราคาแพงขนาดไหนกันนะ ?? 



จริง ๆ แล้ว เพชรที่มีความสามารถในการส่องประกายเล่นแสงแวววาว อาจไม่ได้ราคาสูงเสมอไป เพราะด้วยคุณลักษณ์ของเพชร 4 ประการตามที่เราได้เคยบอกไปแล้วในบทความก่อน ๆ ก็มีส่วนช่วยให้เพชรโดดเด่น สวยงามแตกต่างกัน

แน่นอนว่าเพชรที่มีราคาสูง ย่อมมีคุณลักษณ์สูงสุดครบ 4 ข้อ แต่ก็ยังมีเพชรที่ราคาลดหลั่นลงมา ทำให้คุณสามารถกำหนดราคาและคุณลักษณ์ของเพชรที่ต้องการได้ในราคาที่เอื้อมถึง 

วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อเพชรให้แวววาว ส่องประกาย เล่นแสงเล่นไฟระยิบระยับ ในราคาที่คุณเองก็กำหนดได้ 

ทำความเข้าใจคุณลักษณ์พื้นฐานของเพชร 4 ประการ (4Cs) 

Carat (ขนาดเพชร) Color (สี) Cut (การเจียระไน) และ Clarity (ความสะอาด) ทั้ง 4 คุณลักษณ์ของเพชร 4 ประการนี้ นอกจากจะเป็นตัวกำหนดความงามของเพชรแล้ว ยังเป็นตัวกำหนดราคาของเพชรอีกด้วย

เราจะขออธิบายเกี่ยวกับ คุณลักษณ์ของเพชร 4 ประการแบบคร่าว ๆ เพื่อความเข้าใจง่ายๆ ว่ามีผลต่อราคายังไง

Carat (กะรัต) ก็คือขนาดของเพชร ใครที่ชอบเพชรเม็ดโตหน่อย อาจจะให้ความสำคัญในส่วนของขนาดเพชรเป็นหลักค่ะ เช่น ระหว่างเพชรน้ำ 100 ขนาด 70 ตังค์ กับเพชรน้ำ 95 ขนาด 1 กะรัต แน่นอนว่าคุณต้องเลือกเพชรน้ำ 95 ขนาด 1 กะรัต เพราะด้วยส่วนต่างระหว่างน้ำเพชรที่ต่างกัน ยังมองเห็นไม่ชัดเท่ากับขนาดที่ต่างกันค่ะ แต่ก็ต้องบอกว่าเพชรยิ่งมีขนาดเม็ดใหญ่มากเท่าไหร่ ราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกันนะคะ

Color (สี) สีของเพชร หรือที่เราเรียกกันว่าน้ำเพชรนั่นเองค่ะ น้ำเพชรมีเกรดตั้งแต่ไร้สี เกือบไร้สี ไปจนถึงสีเหลืองออกน้ำตาล สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเพชรขาว ไร้สี ก็อาจต้องเลือกเพชรน้ำตั้งแต่ D Color น้ำ 100 หรือไล่สีลดลงตามลำดับ โดยเพชรที่ขาวไร้สี จะอยู่ในช่วงตั้งแต่ H Color น้ำ 96 G Color น้ำ 97 F Color น้ำ 98 E Color น้ำ 99 และสูงสุดคือ D Color น้ำ 100 ซึ่งเพชรยิ่งมีความขาวใสไร้สีมากเท่าไหร่ ก็ส่งผลให้เพชรแพงยิ่งขึ้นเท่านั้นค่ะ

Cut (การเจียระไน) คือการนำเพชรมาขัดเงา ขึ้นรูป ลับเหลี่ยม คม ของเพชร โดยส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะการเจียระไนมีผลโดยตรงต่อความสวยงามของเพชร ทั้งการเล่นไฟ การสะท้อนแสง ความเปล่งประกาย และ ความระยิบระยับ

ต่อให้เราเลือกเพชร น้ำ 100 ไร้ตำหนิ แต่ถ้าเพชรเจียระไนไม่ดี เพชรเม็ดนั้นย่อมไม่เปล่งประกาย ดูหมอง ไม่แวววาวเท่าที่ควร ซึ่งระดับของการเจียระไนที่ดี จะอยู่ที่ Very Good หรือ Excellent เท่านั้น

และแน่นอนค่ะ หากคุณชื่นชอบในความระยิบระยับ เล่นแสงของเพชรแล้วหล่ะก็ ส่วนของการเจียระไนจึงเป็นส่วนที่คุณควรลงทุนมากที่สุด

Clarity (ความสะอาด) คือความสะอาดในตัวของเพชร หมายถึงตำหนิที่เกิดขึ้นในตัวเพชร ยิ่งเพชรที่สะอาดก็คือเพชรที่มีตำหนิน้อย โดยตำหนิของเพชรนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่สามารถลบออกได้ ดังนั้น เพชรยิ่งมีตำหนิน้อยมากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น โดยจะไล่ระดับความสะอาดของเพชรจากมากไปหาน้อย ดังนี้

  • FL/IF - ไร้ตำหนิ
  • VVS1-2 - เพชรมีตำหนิขนาดเล็กมาก ๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
  • VS1-2 - เพชรมีตำหนิขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถือว่าเป็นเพชรเกรดที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ
  • SI1-2 - เพชรมีตำหนิขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เห็นได้ง่ายภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า ซึ่งยังถือว่าคุณภาพดี และมีราคาถูก
  • I1-3 – เพชรมีตำหนิขนาดใหญ่ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ตำหนิ รอยแตกร้าว ขนาดใหญ่ อาจมีผลต่อความแข็งแรงทนทานของเพชร จึงไม่แนะนำให้เลือกเพชรลักษณะนี้ค่ะ

เพชรที่ยิ่งไร้ตำหนิมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งราคาสูงมากเท่านั้น ดังนั้นส่วนใหญ่ผู้ที่ต้องการเครื่องประดับเพชรเพื่อสวมใส่ทั่วไป จึงนิยมเลือกซื้อเพชรที่มีความสะอาดในระดับ VS1-2 เพราะถือเป็นเพชรที่ค่อนข้างจะไร้ตำหนิ หาตำหนิได้น้อย และราคาก็ไม่ได้สูงมากนัก

กำหนดงบประมาณของคุณ

การกำหนดงบประมาณทำให้เรารู้ถึงความสามารถในการซื้อเพชรมากยิ่งขึ้น รู้ถึงลักษณะของเพชรที่ต้องการได้มากขึ้น ที่สำคัญการกำหนดงบประมาณล่วงหน้า จะไม่ทำให้งบเราปานปลายเมื่อไปถึงร้านค่ะ และเมื่อถึงร้านควรแจ้งงบประมาณให้กับเจ้าของร้านได้ทราบ เพื่อให้เจ้าของร้านได้กำหนดขอบเขตคุณลักษณ์ของเพชรตามที่คุณต้องการได้โดยไม่ให้เกินงบของคุณนั่นเองค่ะ 

แจ้งกับเจ้าของร้านว่าต้องการเพชรที่เน้น Cut (การเจียระไน)

การบอกความต้องการที่ชัดเจนเกี่ยวกับคุณลักษณ์ของเพชรที่คุณอยากได้เป็นพิเศษ จะช่วยให้คุณได้เพชรตามที่ต้องการมากขึ้นค่ะ ถ้าคุณอยากได้เพชรที่เปล่งประกาย แวววาว เล่นแสง เล่นไฟ เจ้าของร้านก็จะหยิบเฉพาะเครื่องประดับเพชรที่มีความสามารถในการส่องประกาย แวววาวสูงมาให้คุณเป็นตัวเลือก 

ส่วนคุณลักษณ์อื่น ๆ คือสิ่งรองลงมา เช่น ถ้าจะช่วยให้คุณได้เลือกในสิ่งที่เขาคัดสรรมาให้แล้วอีกทีค่ะ จึงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับเครื่องประดับเพชร ตามที่คุณต้องการและกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นไม่มีผิดเพี้ยน

สรุป

เทคนิคที่สำคัญคือการเน้นความสำคัญไปยังคุณสมบัติของเพชรที่คุณต้องการค่ะ เพราะจะช่วยให้งบที่คุณมีถูกใส่ลงไปในส่วนของคุณลักษณ์เฉพาะที่คุณต้องการเท่านั้น ส่วนคุณลักษณ์ส่วนอื่น ๆ ก็ให้ความสำคัญรองลงมาเท่านั้นเองค่ะ

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการซื้อเพชรนะคะ


Powered by MakeWebEasy.com